พูดคุยกับพี่กัญ "รังรอง วัณณรถ" แห่งคลื่น COOL Fahrenheit 93

ผู้เขียน เผยแพร่ใน บันเทิง
พูดคุยกับพี่กัญ "รังรอง วัณณรถ" แห่งคลื่น COOL Fahrenheit 93

“พี่เป็นคนที่โชคดีในเรื่องความรัก”

ชีวิตคูล.. คูล.. ของคูลเจ พี่กัญ รังรอง วัณณรถ แห่งคลื่น COOL Fahrenheit 93 นักจัดรายการวิทยุหรือดีเจในปัจจุบัน มักจะเปลี่ยนชื่อเป็นแนวเก๋ ๆ เท่ห์ ๆ ตามสมัยนิยม ดังเช่น นักจัดรายการวิทยุแห่งคลื่นสุดฮอตคูล93 ฟาเรนไฮต์ คุณผู้ฟังก็คงจะคุ้นเคยกับเสียงหวาน ๆ ของผู้หญิงคนนี้ คูลเจ “พี่กัญ รังรอง” ผู้ที่เป็นต้นแบบนักจัดรายการวิทยุให้กับใครหลาย ๆ คน ที่มีความใฝ่ฝันที่อยากจะประกอบอาชีพนี้ วันนี้เราขอพานักฟังทุกท่านมารู้จัดเธอกับอีกด้านหนึ่งของชีวิตและความรักที่ไม่เคยเปิดเผยที่ไหนมาก่อนค่ะ

 

พี่รี่ - แนะนำประวัติความเป็นมาด้วยค่ะ

พี่กัญ - คือประวัติพี่ดีค่ะ (หัวเราะ) เรียนจบประถมที่ปานะพันธ์วิทยา และมาต่อที่บึงทองหลางวิทยา จากนั้นก็เรียนจนจบระดับชั้นปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิต สาขานิเทศศาสตร์ เอกประชาสัมพันธ์

ชีวิตก่อนที่จะเป็นนักจัดรายการวิทยุ พี่เคยเป็นนางแบบ เดินแบบ ถ่ายแบบ ถ่ายโฆษณาเหมือนกับวัยรุ่นหลาย ๆ คนในสมัยนี้น่ะค่ะ จุดเปลี่ยนก็คือตอนที่พี่กำลังจะเรียนจบปริญญาตรี พี่ก็คิดอยากจะมีอาชีพการงานที่มั่นคงมากขึ้น ในสมัยนั้นจะมีช่องเคเบิ้ลทีวีชื่อไทยสกาย เค้ารับสมัครคนอ่านข่าว พี่ก็เลยไปกรอกใบสมัคร แต่บังเอิญไปเจอรุ่นพี่ท่านหนึ่งที่ทำงานอยู่บริษัทไฟว์สตาร์ เค้าจำพี่กัญได้เพราะพี่เคยไปฝึกงานที่นั่น เค้าก็ถามพี่ว่าพี่มาทำอะไร พี่ก็บอกว่ามาสมัครงานอ่านข่าว พี่คนนี้เค้าเลยจูงมือพี่ไปและบอกว่าอย่าพึ่งสมัครเพราะทางช่องสมายทีวี ซึ่งเป็นหนึ่งในเครือไทยสกายนี่ล่ะค่ะ กำลังเปิดรับสมัครซึ่งก็จะมีช่องเพลงและช่องบันเทิงด้วยเค้าก็พาพี่กัญไปเจอเจ้านาย คือ"พี่โจ"ของที่บริษัทนั้น ซึ่งเค้าก็เรียกพี่กัญไปทดสอบและก็โชคดีได้เป็นพิธีกรสดของรายการสด ภายในสองอาทิตย์ เพราะว่ามีพิธีกรท่านหนึ่งมีความจำเป็นต้องออกไป ดังนั้นทางทีมงานของสมายทีวีจึงเรียกพี่ไปทำเลย โดยที่พี่กัญไม่เคยมีพื้นฐานมาก่อน ซึ่งตอนนั้นพี่ก็ค่อนข้างเครียดมาก แต่ก็ถือว่าเป็นความโชคดีของเราที่ทางผู้ใหญ่และทีมงานให้โอกาส

 

พี่รี่ - แล้วผลตอบรับหลังจากนั้นเป็นอย่างไรบ้างคะ เพราะไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเลย

พี่กัญ - แข็งมาก เกร็งมากพูดผิดพูดถูก เพราะสมัยก่อนพี่กัญจะเป็นคนที่พูดไม่ค่อยเก่ง จะมีความประหม่าตลอดในการพูดต่อหน้าสาธารณะชน แต่ก็โชคดีอีกนั่นล่ะค่ะที่ทางผู้ใหญ่ในรายการทีวีอาจมองเห็นอะไรในตัวเรา ก็ยังให้โอกาสเราจัดรายการไปเรื่อย ๆ ซึ่งพี่กัญก็จัดไปเรื่อย ๆ จริง ๆ คือ จัดจนรายการเคเบิ้ลทีวีนั้นยุติการทำงานไปเลย รวมระยะเวลาในการทำงานกับสมายทีวีก็ประมาณ 5-6 ปี พี่กัญถือว่าบริษัทนี้เป็นครูและโรงเรียนที่ดีของพี่เลยทีเดียว ที่สำคัญอีกอย่างคือเป็นการสร้างอาชีพอื่น ๆ ที่เกี่ยวกับการใช้เสียงให้พี่กัญด้วย เช่นการอ่านสปอร์ตโฆษณา หรือการเป็นพิธีกร โดยที่ได้ค่าตอบแทนต่อจากนั้นอีกเยอะมาก เราก็ดีใจและภูมิใจที่เราสามารถทำได้นะคะ

ต่อจากนั้นไม่นานก็มีบริษัทในเครือชื่อ “มีเดียพลัส” ซึ่งทำรายการวิทยุกำลังจะมีคลื่นใหม่อยากทางบริษัทก็เรียกพี่ไปทำเดโม แต่ปัญหาอย่างหนึ่งก็คือ เสียงพี่กัญจะเป็นสไตล์หวานเย็น แต่รายการนั้นต้องการเสียงแบบเด็กวัยรุ่น ชื่อรายการคือ "103 RADIO GAME" (ถ้าใครยังจำกันได้หรือเคยโทรเข้าไป) ปัญหาในขณะนั้นของพี่ก็คือ โทนเสียงพี่ค่อนข้างจะหวานเย็นนุ่ม ๆ ซึ่งค่อนข้างที่จะขัดกับคอนเซ็ปต์ของรายการเป็นอย่างมาก ทางผู้ใหญ่ของรายการในขณะนั้นก็คือ อดีตดีเจชื้อดัง “ป้าแต้ว ลาวัลย์ อยู่นาน” เป็นโปรดิวเซอร์ของคลื่นนั้น ก็แนะนำให้เราลองเปิดเพลงสนุก ๆ แทน แต่วิธีสุดท้ายจริง ๆ ก็คือ แล้วใช้วิธีจัดรายการแบบคู่ คือมีอีกคนหนึ่งเป็นดีเจร่วมกับเราด้วย พี่กัญก็ทำหน้าที่เป็นดีเจวิทยุของรายการนั้นจนบริษัทหมดสัมปทานค่ะ ก็เป็นเวลาประมาณเกือบหนึ่งปี

 

พี่รี่ - แล้วหลังจากนั้น ไปไหนต่อคะ

พี่กัญ - ว่างงานได้ไม่นานประมาณ 3-4 เดือน พี่ป๋อม-อลิสรา ศิริชุมแสง มาบริหาร บริษัทในมีเดียพลัส ก็ต้องการดีเจวิทยุมาทำงานในช่วงสัมภาษณ์ ศิลปิน ในคลื่น ENERGY FM ซึ่งต้องเป็นวันเสาร์กับวันอาทิตย์ พี่ก็ไม่มีปัญหาในการทำงานในช่วงนั้นเพราะตรงกับสายงานที่เราเคยทำมาตอนจัดรายการเพลงที่เคเบิ้ลทีวีอยู่แล้ว สรุปคือทำได้ประมาณสองปีคลื่นหมดสัญญา ก็ได้มาทำต่ออีกคลื่นในบริษัทเดียวกันคือคลื่น People FM จนในที่สุดบริษัทก็ต้องปิดตัวลง เป็นช่วงฟองสบู่แตกด้วย แต่ก็ตกงานอยู่ได้ไม่นาน พี่ก็ได้ไปจัดรายการที่คลื่นวิทยุชื่อ “Sweet FM” เป็นสไตล์ Easy Listening ทำได้ประมาณเกือบสอง สามปีก็ย้ายมาอยู่ที่ “COOL fahrenheit 93” รวมเวลาจนถึงปัจจุบันที่ทำงานกับบริษัทนี้ก็ 15 ปี กว่า ๆ แล้วค่ะ (ยิ้มหวาน)

จัดรายการวิทยุครั้งแรกปี 2538 ก็ยี่สิบปีกว่า ๆ ในการจัดรายการวิทยุ

 

20160509-cool-farenheit
COOL fahrenheit 93

20160509-coolj-gun-2
COOLJ.GUN

 

พี่รี่ - อยากถามพี่กัญถึงความแตกต่างของพิธีกร ดีเจ หรือนักจัดรายการวิทยุในสมัยก่อนกับสมัยนี้

พี่กัญ - สมัยก่อนจะเน้นการพูดจาชัดถ้อยชัดคำ ถูกต้องตามอักขระวรรณยุกต์ไทยเรา และก็ต้องมีใบผู้ประกาศ อันนี้สำคัญมาก อย่างพี่กัญเองได้แค่ 50 กว่า ๆ คะแนนเท่านั้นจาก 100 คะแนน ซึ่งปัญหาของพี่ที่ทราบมาจากอาจารย์ก็คือการพูดเพี้ยนวรรณยุกต์ ตอนนั้นมองว่าถ้าคนมองว่าที่จะเป็นพิธีกรหรือดีเจได้นั้นนอกจากใจรักแล้วยังต้องใช้ความพยายามอย่างมาก เพื่อที่จะสอบให้ได้ใบประกาศ เพราะก็ไม่ได้ผ่านกันง่าย ๆ (ในสมัยนั้นนะคะ)

 

พี่รี่ - แล้วในปัจจุบันเค้ายังมีการสอบใบผู้ประกาศกันอยู่หรือเปล่าคะ เพราะเห็นมีวัยรุ่นใหม่ ๆ (หลายวัยเลยค่ะ) จัดรายการอยู่เยอะแยะเต็มไปหมด ก็เลยไม่ทราบว่าปัจจุบันสถานการณ์ในการคัดเลือกพิธีกร หรือผู้ประกาศตามทีวีหรือวิทยุนั้นใช้หลักการอะไร

พี่กัญ - พี่ก็ไม่แน่ใจค่ะ แต่ถ้าเมื่อก่อนเราต้องแนบใบผู้ประกาศให้กับทางบริษัทไปด้วยเลย เพราะนั่นก็คือเอกสารหลักฐานอย่างหนึ่งในการสมัครงาน แต่เดี๋ยวนี้การจัดรายการต่าง ๆ ก็ดูจะกลายเป็นกระแสแฟชั่นและเป็นอาชีพที่เป็นที่นิยมในระดับต้น ๆ เหมือนกัน อันนี้พี่กัญก็ไม่ค่อยแน่ใจค่ะ ส่วนในเรื่องของคู่แข่ง พี่มองว่าไม่ใช่คู่แข่งเพราะแต่ละคนจะมีเสน่ห์ในตัวอยู่แล้ว นักจัดรายการวิทยุในปัจจุบันในมุมมองของพี่กัญ ถ้ามีหน้าตาบุคลิกที่ดีก็ยิ่งเป็นตัวเสริมเพราะสมัยนี้ดีเจ ต้องทำได้ทุกอย่างทั้งพิธีกร หรืองานด้านการใช้เสียงประกอบกับระบบโซเชียล ทำให้ผู้ฟังเห็นหน้าของดีเจได้ง่ายขึ้น ซึ่งต่างจากสมัยก่อนที่ผู้รับฟังทางบ้านอาจไม่เคยเห็นหน้าเรา จะได้ฟังแต่เสียง ที่สำคัญอีกอย่างคือดีเจในปัจจุบันอาจต้องมีความสามารถในการพรีเซนต์สินค้าให้น่าสนใจให้ได้ “คือคุณต้องมีความพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์และเสน่ห์ในตัวคุณ”

 

พี่รี่ - ในเรื่องของค่าตอบแทน เป็นอย่างไรบ้างคะ

พี่กัญ - งานพิธีกรหรือดีเจในสมัยก่อนต้องอาศัยใจรักจริง ๆ ค่ะเพราะเราได้สร้างความสุขให้กับตัวเองและผู้ฟังนะคะ ในส่วนตัวพีกัญจะไม่คิดมากในเรื่องของค่าตอบแทน เพราะถ้าเราไปเทียบกับสายงานอื่นในขณะนั้น ที่เราทำอาจจะได้ค่าตอบแทนที่สูงกว่า แต่ด้วยประสบการณ์และระยะเวลาที่พี่กัญได้ทำงานในสายอาชีพนี้มา พี่กัญก็สามารถพูดได้เต็มปากเลยว่า “ปัจจุบันอาชีพนี้สามารถนำพาความสุขสบายที่ทำให้พีกัญดูแลตัวเองได้ในระดับหนึ่งเลยค่ะ”

 

พี่รี่ - คือดูแลตัวเองได้มีปัจจัย 4-5-6 พร้อม

พี่กัญ - ได้ค่ะ (หัวเราะ) แต่เราก็ต้องรู้จักบริหารให้เป็นด้วยนะคะ ไม่ง้นก็อาจมีปัญหาได้

 

พี่รี่ - ทำงานมาตลอด อยากถามในเรื่องของความรัก ไม่ค่อยได้ยินข่าวในเรื่องความรักของพี่เท่าไร

พี่กัญ - พี่เคยมีชีวิตรักถึงสองครั้ง เคยได้มีโอกาสแต่งงานด้วยหนึ่งครั้ง (ยิ้มหวาน)

 

พี่รี่ - หมายความว่าในปัจจุบัน พี่กัญครองความโสด

พี่กัญ - ใช่ค่ะ เป็นผู้หญิงทำงานที่ดูแลตัวเองได้ ทานข้าวเองได้ ดูหนังเองได้ ช๊อปปิ้งเองได้ คือโสดมาก ๆ (หัวเราะ)

 

พี่รี่ - คิดว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่โชคดีในเรื่องความรักหรือเปล่าค่ะ เหมือนที่เค้ากล่าวว่า lucky in game but unlucky in love

พี่กัญ - โอ๊ย.. ไม่เลยค่ะ พีกัญเป็นคนที่โชคดีในเรื่องความรักมาก ๆ เพราะได้มีโอกาสมีความรักหรือตกหลุมรักถึงสองครั้ง และเป็นความรักที่ไม่ใช่ประเภทประเดี๋ยวประด๋าว คนที่ไม่โชคดีในเรื่องของความรักในความหมายของพี่กัญ ก็คือบางคนที่ไม่เคยสัมผัสความรักเลย แต่พี่กัญเป็นคนโชคดีค่ะที่เคยมีโอกาสถึงแม้ว่าในปัจจุบันเราจะต่างคนต่างใช้ชีวิตของตัวเองแล้วก็ตาม

คนรักคนแรกของพี่กัญเราคบกันมา 15 ปี ถึงแม้ว่าเราจะไปต่อด้วยกันไม่ได้ แต่พี่กัญก็คิดว่าโอเคนะคะได้เป็นประสบการณ์ดี ๆ เค้ามีอายุห่างจากพี่ค่อนข้างมาก ซึ่งในตอนนั้นโลกของพี่ก็จะขึ้นอยู่กับแฟนคนนี้มาก เพราะเรารักเค้าเราเชื่อเค้า ทุกอย่างดีหมด แต่พอวันหนึ่งที่เราไม่สามารถไปด้วยกันได้ เราก็ต้องยอมรับกับสถานการณ์นั้น

ส่วนความรักครั้งทีสองต้องเลิกกันไปเพราะมือที่สาม (หัวเราะ) คบกันมา 5 ปี แต่พอแต่งงานได้ประมาณปีกว่า ๆ เค้าก็ไม่อยากไปต่อกับเรา คือคงอยากไปต่อกับคนอื่น กับคนที่สองนี้ครั้งแรกเค้าให้เหตุผลว่าอยากลองแยกกันดู แต่พอผ่านไปไม่กี่อาทิตย์ก็มีคนเห็นว่าเค้าไปเดินอยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง ซึ่งนั้นก็เป็นคำตอบสำหรับพี่แล้วก็คือ “ไม่ต้องรอแล้ว”

 

20160509-coolj-gun-3

 

พี่รี่ - ช่วงที่ต้องเลิกลากับผู้ชายที่เคยแต่งงานด้วยคนนั้น พี่มีวิธีคิดและประคองชีวิตยังไงบ้างคะ เพราะชีวิตพี่ยังต้องไปทำงานอยู่

พี่กัญ - พี่คิดว่าหลาย ๆ คนก็คงมีอาการเหมือนกันคือซึมเศร้า ท้อถอย หมดหวัง โดยเฉพาะผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นหญิงแกร่งหญิงเก่งแค่ไหนพอเจอเรื่องนี้ “พังทุกราย” ประมาณว่าเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าเราจะกลับมายิ้มได้อีกเมื่อไร แต่พี่ก็พยายามทำใจให้นิ่ง โดยเฉพาะเราต้องทำงานเปิดเพลงอีกต่างหากเพลงแต่ละเพลงก็ยิ่งซ้ำทำให้ช้ำหนักกว่าเดิม ...คือช่วงนั้นใครรู้ข่าวถ้าถาม “พี่กัญโอเคหรือเปล่า” พี่ก็พังทุกครั้งบอกว่า “ไม่โอเค” ..น้ำตาแตก จนผ่านไปซักระยะน้องดีเจที่ทำงานด้วยกันถามว่าเป็นไงพี่ดีขึ้นรึยัง พี่เลยบอกไปว่าก็ลำบากนิดนึง ผู้หญิงอ่ะเวลามีปัญหาเรื่องรถเรื่องราก็ไม่มีใครช่วยนะ น้องคนนั้นเลยบอกว่า “มันไม่เกี่ยวนะพี่ เพราะถึงแม้ว่าพี่จะมีหรือไม่มีเค้า พีก็ต้องทำประกันรถยนต์ใช่หรือเปล่า เค้าก็แค่มาช่วยพี่เรียกประกัน ซึ่งพี่เองก็โทรเรียกเองได้ หรือไม่ก็โทรหาผมก็ได้” แค่นั้นล่ะคะสติมาเลย คิดทันที “เออ.. น้องเค้าพูดถูก ชีวิตเรา เราต้องดูแลรับผิดชอบเองอยู่แล้ว ช่วงที่เรามีคนรักมันอาจเป็นเพียงแค่ความเคยชินที่เราต้องบอกคนรักเราก่อน ก็เท่านั้น”

 

พี่รี่ - มีคำแนะนำสำหรับคนอกหักอย่างไรบ้างคะ

พี่กัญ - เพื่อนค่ะ เพื่อนช่วยเราได้จริง ๆ นะคะ พี่กัญเป็นคนโชคดีที่มีเพื่อนดี โดยเฉพาะในแก๊งส์เพื่อนเจ้าสาวคือ พี่โก้ (นางเอกหนังเรื่องสตรีเหล็ก 1) พี่นิ่ม น้องแนน ที่คอยเป็นกำลังใจและคอยดูแลประคองกันไป ช่วงเกิดเหตุการณ์แรก ๆ ก็จะไม่มีใครรู้เพราะเราเลิกกับสามีจะไม่บอกใคร จะโพสในเฟสบุคก็ไม่ควร ก็เลยไปโพสลงในไลน์แทน จนมีอาจารย์ที่ปรึกษาสมัยเรียนมหาวิทยาลัยนี่ล่ะค่ะเข้ามาอ่านเจอ แล้วก็ไลน์ส่วนตัวมาหาพี่กัญเลยว่า “ให้หยุดโพสข้อความ เศร้า ๆ เหงา ๆ อย่าทำให้คนทีเค้าเลือกที่จะเดินออกไปจากชีวิตเราคิดว่าเค้ามีค่า และอย่าทำให้คนที่เข้ามาแทนที่เราคิดว่าเค้าได้ของดี” รีบ ๆ ออกไปหาเพื่อน แต่งตัวให้สวย ไปกินข้าว ดูหนัง ทำชีวิตปกติให้เร็วที่สุด

 

พี่รี่ - ใช้เวลารักษาตัว รักษาใจนานไหมคะกับความรักครั้งที่สอง เพราะการที่ผู้หญิงเราจะตัดสินใจแต่งงานกับใครนั้น ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่พอสมควร

พี่กัญ - พี่ใช้เวลากับคนนี้ค่อนข้างนานค่ะกว่าจะฟื้น เพราะพี่เป็นลูกคนเดียวคุณพ่อคุณแม่พี่กัญก็เสียหมดแล้ว แต่เราก็พยายามหาทางออก พี่ไม่ทำชีวิตไม่ดี พี่ยังคงรับผิดชอบในการไปทำงาน ยังไปเที่ยวกับเพื่อน พยายามหาทางหลุดพ้นจากตรงนั้นในเร็วที่สุด ก็อย่างที่บอกค่ะว่า “เราต้องดูแลใจตัวเองให้กลับมาแข็งแรงให้เร็วที่สุด ส่วนเรื่องอื่น ๆ ตอนที่พี่อยู่กับเค้า พี่ก็ต้องดูแลตัวเองในทุกเรื่องอยู่ดี... ” แต่ถ้าถามว่ามีความสุขไหมในช่วงนั้นตอนที่มีเค้า ตอบได้เลยว่า “มีความสุขมากค่ะ”...อย่างที่เคยได้ยินว่าความรักทำให้คนตาบอด อาจจะจริงก็ได้นะคะ

 

20160509-coolj-gun-5

 

พี่รี่ - ยังเปิดใจให้กับความรักครั้งต่อไปไหมคะ

พี่กัญ - เปิดใจตลอดค่ะ (หัวเราะ)

 

พี่รี่ - ตั้งคุณสมบัติของคนรักคนต่อไปของเราไว้ไหมคะ

พี่กัญ - ไม่ได้คาดหวังอะไรมากมายนะคะ แต่ก็อยากจะมีความรักที่ยั่งยืน ซึ่งจากประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งสองครั้ง ถึงแม้ว่าเราจะเป็นผู้หญิงที่ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่ในอีกด้านหนึ่งเราก็ต้องการการดูแลจากผู้ชายเหมือนกัน เพราะนั่นคือความภูมิใจที่ผู้หญิงหลาย ๆ คนต้องการจากผู้ชาย โดยเฉพาะในเรื่องของการเป็นผู้นำ พี่กัญคิดว่าการมีชีวิตคู่เราต้องดูแลกันและกันได้ ไม่ใช่แค่เพียงฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง พี่ไม่ปิดกั้นหรือปิดตัวสำหรับความรักแต่พี่ก็รู้ว่า รักครั้งต่อไปของพี่ พี่ต้องการอะไรถ้าเราไม่เจอคนที่ใช่ เราก็ต้องรักตัวเองและอยู่กับตัวเองให้ได้

 

20160509-coolj-gun

ขอบคุณพี่กัญมาก ๆ ค่ะกับการให้แง่คิดในเรื่องของมุมมองของความรักในแบบที่หลาย ๆ คนคิดไม่ถึง โดยเฉพาะในเรื่องของความโชคดีที่ได้เคยตกหลุมรัก และคนรักที่อยากจะเป็นนักจัดรายการวิทยุคุณภาพค่ะ

ปรับปรุงล่าสุดเมื่อ 09 พฤษภาคม 2016
แท็ก(Tags):
Miss Brisbane
ผู้เขียน

Fashion Editor
MaBrisbane.com

 

เว็บไซต์: www.facebook.com/serena.denis.1
Booking.com

บทความล่าสุดในหมวดหมู่

ดูทั้งหมด